ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แนะสูตรกินอาหารตามกรุ๊ปเลือด !

อาหารตามกรุ๊ปเลือด : แนะสูตรกินอาหารตามกรุ๊ปเลือด



กรุ๊ป O


  • อาหาร : อาหารที่เหมาะกับคนกรุ๊ปโอจะเป็นเนื้อสัตว์แทบทุกชนิด รวมไปถึงอาหารทะเลต่าง ๆ ที่มีไอโอดีนสูง แต่ต้องระวังเรื่องไขมันและคอเลสเตอรอลจากเนื้อสัตว์ด้วย ดังนั้นจึงควรกินนม เนย และไข่ในปริมาณที่พอเหมาะและหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ
  • ผัก : กินได้แทบทุกชนิด โดยเฉพาะผักโขม บรอกโคลี เนื่องจากมีวิตามินเคสูง แต่ควรหลีกเลี่ยงผักตระกูลกะหล่ำเนื่องจากมีผลต่อไทรอยด์ รวมไปถึงมะกอกดองและเห็ดหอม เพราะจะทำให้เกิดอาการแพ้ ส่วนมะเขือยาวและมันฝรั่งก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน เพราะจะทำให้ปวดข้อ
  • ผลไม้ : กินได้แทบทุกชนิดเช่นกัน โดยเฉพาะเชอร์รี่และบลูเบอร์รี่ รวมไปถึงผลไม้ตระกูลเกรปฟรุต เนื่องจากสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ดี ส่วนผลไม้ที่ควรเลี่ยงคือ ส้ม สตรอว์เบอร์รี่ มะพร้าว แคนตาลูป เพราะมีความเป็นกรดสูง ถ้ากินมาก ๆ จะทำให้มีกรดในกระเพาะมากเกินไป
  • เครื่องดื่ม : ควรเป็นชาจากสมุนไพรต่าง ๆ เช่น ชาพาร์สลีย์ ชาเปปเปอร์มินต์ ส่วนชาที่ควรงดคือ ชาที่ทำจากใบชา และงดการดื่มกาแฟ ชา เบียร์ เพราะจะเป็นการเพิ่มกรดในกระเพาะอาหารให้หนักเข้าไปอีก
  • อาหารที่คนกรุ๊ปโอควรรับประทานบ่อยครั้ง : เนื้อแกะ, เนื้อวัว, ปลาค้อด, ปลาเทราต์, ปลาจะละเม็ด, ปลากะพงแดง, ผักโขม, บรอกโคลี่, พาร์สลีย์, สาหร่ายทะเล, เชอร์รี่, บลูเบอร์รี่, สับปะรด, ชาเขียว, น้ำมันมะกอก, กระเทียม, ขิง, ขมิ้น, หอมหัวใหญ่, หอมหัวเล็ก, ถั่ววอลนัต เป็นต้น
  • อาหารที่คนกรุ๊ปโอควรงดหรือหลีกเลี่ยง : แฮม, เบคอน, ปลาดุก, นมและผลิตภัณฑ์จากนม, ข้าวสาลี, ข้าวบาร์เลย์, ข้าวโพด, ดอกกะหล่ำ, แตงกวา, มันฝรั่ง, กีวี, แคนตาลูป, มะขาม, มะพร้าว, อะโวคาโด, แบล็กเบอร์รี่, ส้ม, พริกไทย, น้ำมันถั่วเหลือง, ถั่วลิสง, ถั่วแดง, ถั่วพิสตาชิโอ, ถั่วขาว, เมล็ดทานตะวัน, เม็ดมะม่วงหิมพานต์, เบียร์ เป็นต้น
  • เมนูอาหารของคนกรุ๊ปโอ : ผัดบรอกโคลี่กุ้งย่างแบบจีน, ข้าวผัดผักรวมกับหมูย่างกะเพรา, ข้าวหุงขมิ้นไก่โหระพา, หมูอบขิง, ตับหวาน, สลัดปลากะพงขาวซอสเลมอน, ข้าวอบสับปะรดปลา, ไก่ทอดกระเทียมกับขมิ้น, สเต๊กปลาเทราต์อบสมุนไพร, ยำสาหร่ายวากาเมะกับกุ้งกระเทียมย่าง, ซุปหอมหัวใหญ่ปลากะพง, ซุปสาหร่ายตุ๋นดอกไม้จีน, ซุปบรอกโคลี่, เนื้อทอดกระเทียมยำตะไคร้สด, ปลาหมึกชุบแป้งทอด, เนื้อสันในม้วนผักโขม, พุดดิ้งชาเขียว, แพนเค้กมิกซ์เบอร์รี่, สมูทตี้บลูเบอร์รี่แอนด์เชอร์รี่, น้ำลูกพรุน เป็นต้น




กรุ๊ป A


  • อาหาร : ควรหลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ยกเว้นปลาแซลมอน ปลาทู ปลาค้อด ปลากะพง และปลาซาร์ดีน ที่สามารถกินได้สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง เพื่อช่วยเสริมโปรตีน และควรหลีกเลี่ยงการรับประทานปลาจะละเม็ดและปลาตาเดียว เนื่องจากมีเลกตินสูง จะทำให้เลือดหนืดและไหลเวียนช้า ส่วนโปรตีนควรได้รับจากถั่วเหลืองหรือน้ำนมถั่วเหลืองทดแทนจากเนื้อสัตว์ ส่วนไข่กินได้บางครั้ง ข้าวกล้องหรือซีเรียลกินได้วันละ 1-2 ครั้ง
  • ผัก : สามารถกินได้ทั้งดิบและสุก โดยเฉพาะบรอกโคลี หอมหัวใหญ่ เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง รวมไปถึงแคร์รอต ผักโขม และกระเทียม ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน และฟักทองที่ช่วยเรื่องกรดในกระเพาะอาหาร
  • ผลไม้ : กินผลไม้ได้แทบทุกชนิด ยกเว้น กล้วย แคนตาลูป แตงโม มะม่วง มะละกอ ส้ม เพราะย่อยได้ยาก เป็นตัวขัดขวางการดูดซึมของวิตามิน และทำให้ระคายเคืองกระเพาะ
  • เครื่องดื่ม : ที่แนะนำให้ดื่ม คือ ชา กาแฟ และไวน์แดง (แต่กาแฟไม่ควรดื่มเกินวันละ 1 แก้ว) โดยควรดื่มหลังอาหารเท่านั้นเพื่อช่วยในการย่อยอาหาร เพราะเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มกรด และควรหลีกเลี่ยงการดื่มเบียร์ โซดา และน้ำอัดลม เพราะจะทำให้มีกรดในกระเพาะมากเกินไป
  • อาหารที่คนกรุ๊ปเอควรรับประทานบ่อยครั้ง : ปลาแซลมอน, ปลาค้อด, ปลาซาร์ดีน, บรอกโคลี, เซเลอรี่, พาร์สลีย์, ผักโขม, กระเทียม, ขิง, ขมิ้น, หอมหัวใหญ่, หอมเล็ก, เลมอน, สับปะรด, ลูกพลัม, ลูกพรุน, ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่, น้ำมันมะกอก, ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง, ถั่ววอลนัต, ชาเขียว เป็นต้น
  • อาหารที่คนกรุ๊ปเอควรงดหรือหลีกเลี่ยง : หมู, เป็ด, แฮม, เบคอน, กุ้งมังกร, ปู, ปลากะตัก, ปลาลิ้นหมา, ปลาดุก, หอยนางรม, หอยแครง, นมและผลิตภัณฑ์จากนม, กะหล่ำปลี, มะระ, มะเขือม่วง, มะเขือเทศ, พริกไทย, จมูกข้าว, ข้าวโพด, มันฝรั่ง, กล้วย, มะม่วง, มะละกอ, มะขาม, มะพร้าว, ส้ม, น้ำมันถั่วเหลือง, เม็ดมะม่วงหิมพานต์, ถั่วพิสตาชิโอ, ถั่วแดง เป็นต้น
  • เมนูอาหารของคนกรุ๊ปเอ : ข้าวผัดปลาซาร์ดีนต้มยำ, ข้าวจี่กุ้งสับ, ข้าวยำธัญพืช, ยำแซลมอนสดกับกระเทียม, ยำใบชะพลูกุ้งคั่ว, เปาะเปี๊ยะญวนแซลมอน, ฟองเต้าหู้ทอดผัดวุ้นเส้น, พล่าเต้าหู้กรอบ, ซุปเต้าหู้รสจัด, ซุปฟักทอง, ซุปถั่วเขียว, เผือกบดทอดสอดไส้กุ้ง, เต้าหู้อบหม้อดิน, ไก่อบยัดไส้ผักโขมและลูกพรุน, ปลาบดทอดกรอบ, สเต๊กแซลมอนราดซอสเต้าหู้, ถั่วเขียวต้มน้ำตาล, ไอศกรีมนมถั่วเหลืองโฮมเมด, ไอศกรีมน้ำเต้าหู้, ชาเขียวเย็นโซดา, เกรปฟรุตมะนาวสมูทตี้ เป็นต้น




กรุ๊ป B


  • อาหาร : อาหารที่เหมาะสมคือ เนื้อกระต่าย แกะ กวาง ไก่งวง ปลาหิมะ ปลาแซลมอน ปลาเนื้อขาวอย่างปลาจะละเม็ด ปลาตาเดียว ส่วนเนื้อไก่ กุ้ง ปู หอยเชลล์ และหอยแครงควรจะหลีกเลี่ยง เพราะมีผลต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ส่วนนม เนย และไข่ กินได้ในปริมาณที่เหมาะสม ควรเน้นกินข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต และหลีกเลี่ยงแป้งสาลี แป้งโฮลวีต และถั่วลิสง เพราะไม่ดีต่อระบบเผาผลาญ ทำให้อ้วนได้ง่ายและส่งผลไม่ดีต่อเลือด ดังนั้นจึงไม่ควรกินขนมปังแบบที่มีขายอยู่ทั่วไป ถ้าอยากกินจริง ๆ ให้เลือกที่ทำจากแป้งสเปลท์ (Spelt) เพราะจะช่วยต้านเชื้อโรคและบำรุงประสาท แต่จะหาได้ยากหน่อยนะ
  • ผัก : ที่ควรกินคือ กะหล่ำปลี บรอกโคลี หอมหัวใหญ่ ขิง รวมไปถึงผักใบเขียวทุกชนิด เพราะมีแมกนีเซียมสูง สามารถช่วยป้องกันอาการผื่นคันและภูมิแพ้ได้
  • ผลไม้ : กินได้แทบทุกชนิด โดยเฉพาะ “สับปะรด” เนื่องจากมีเส้นใยอาหารสูง แถมยังช่วยทำให้เลือดหมุนเวียนได้ดีอีกด้วย แต่ผลไม้ที่ควรจะหลีกเลี่ยงคือ ลูกพลับ ลูกแพร์ และทับทิม
  • เครื่องดื่ม : ที่แนะนำให้ดื่มคือ น้ำขิง ชาเชียว โสม และเปปเปอร์มินต์ เพราะช่วยบำรุงประสาท
  • อาหารที่คนกรุ๊ปบีควรรับประทานบ่อยครั้ง : เนื้อแกะ, เนื้อแพะ, ปลาจะละเม็ด, ปลาซาร์ดีน, ปลาค้อด, กะหล่ำปลี, บรอกโคลี่, ขิง, ขมิ้น, หอมหัวใหญ่, หอมเล็ก, แครนเบอร์รี่, สับปะรด, ลูกพลัม, ลูกพรุน, แตงโม, เมล็ดแฟล็กซ์, น้ำมันมะกอก, ชาเขียว, โยเกิร์ต เป็นต้น
  • อาหารที่คนกรุ๊ปบีควรงดหรือหลีกเลี่ยง : แฮม, เบคอน, ไก่, เป็ด, ปลากะพง, ปู, กุ้งมังกร, หอยนางรม, ข้าวโพด, มะพร้าว, ทับทิม, อะโวคาโด, มะเขือเทศ, ซอสมะเขือเทศ, มะระ, มะเฟือง, หัวไชเท้า, พริกไทย, ข้าวสาลี, งา, ถั่วลิสง, ถั่วเหลือง, ถั่วเขียว, ถั่วพิสตาชิโอ, เมล็ดทานตะวัน, เมล็ดฟักทอง, เมล็ดมะม่วงหิมพานต์, ดอกคำฝอย เป็นต้น
  • เมนูอาหารของคนกรุ๊ปบี : กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา, ข้าวผัดขมิ้นปลาทูน่า, ทอดมันข้าวกล้อง, หน่อไม้ฝรั่งทอดกรอบ, ปลาเก๋าชุบแป้งทอดราดซอสส้ม, ปลาจะละเม็ดทอดขมิ้น, ปลาจะละเม็ดนึ่งขิง, สเต๊กหมูซอสโยเกิร์ต, เปาะเปี๊ยะย่างไส้หมูพริกเผา, ซี่โครงหมูต้มขิงกับสับปะรด, เนื้ออบสับปะรด, สตูแกะสไปซี่, ถั่วแดงกวน, แพนเค้กข้าวกล้องกับคัสตาร์ดชาเชียว, สมูทตี้แตงโมมินต์, สับปะรดนมสดสมูทตี้, ไอศกรีมโยเกิร์ตน้ำผึ้ง เป็นต้น




กรุ๊ป AB


  • อาหาร : อาหารที่ควรรับประทาน คือ เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ปลาซาร์ดีน ส่วนเนื้อสัตว์ที่กินได้เล็กน้อย คือ เนื้อแกะ กระต่าย กวาง และไก่งวง ส่วนเนื้อไก่ ปลาเนื้อขาว อย่างปลาเทราต์ ปลาลิ้นหมา และแซลมอนรมควันควรหลีกเลี่ยง เพราะย่อยยากและเป็นพิษต่อระบบทางเดินอาหาร
  • ผัก : กินผักได้แทบทุกชนิด ส่วนธัญพืชแนะนำให้กินข้าวโอ๊ตและข้าวไรย์ เพราะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ควรหลีกเลี่ยงงา ถั่วแดง เมล็ดฟักทอง และข้าวโพด เพราะชะลอการทำงานของอินซูลิน
  • ผลไม้ : กินได้แทบทุกชนิดเช่นกัน เช่น แครนเบอร์รี่ เชอร์รี่ สับปะรด ส้มโอ พลัม องุ่น ฯลฯ เพราะช่วยสร้างความสมดุลของกรดในเนื้อเยื่อ ส่วนผลไม้ที่ควรหลีกเลี่ยงคือ กล้วย ฝรั่ง มะม่วง และมะพร้าว
  • เครื่องดื่ม : ที่แนะนำคือ ไวน์แดง แต่ควรดื่มเพียงวันละ 1 แก้ว เพื่อช่วยสร้างเสริมภูมิต้านทานโรคหัวใจและมะเร็ง รวมไปถึงชาคาโมมายล์และชาเขียว เพราะช่วยฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน หรือจะเป็นน้ำอุ่นผสมน้ำมะนาวครึ่งซีกไว้สำหรับดื่มตอนเช้าเพื่อช่วยในการย่อยและล้างระบบลำไส้ก็ได้
  • อาหารที่คนกรุ๊ปเอบีควรรับประทานบ่อยครั้ง : ปลาซาร์ดีน, กะหล่ำปลี, ดอกกะหล่ำ, บรอกโคลี, พาร์สลีย์, กระเทียม, ขิง, ขมิ้น, หอมหัวใหญ่, หอมเล็ก, แครนเบอร์รี่, เชอร์รี่, เลมอน, สับปะรด, องุ่น, ถั่วเหลือง, เมล็ดแฟล็กซ์, วอลนัต, น้ำมันมะกอก, ชาเขียว, โยเกิร์ต เป็นต้น
  • อาหารที่คนกรุ๊ปเอบีควรงดหรือหลีกเลี่ยง : แฮม, เบคอน, ไก่, เป็ด, ปู, ปลาลิ้นหมา, ปลาเทราต์, กุ้ง, กุ้งแห้ง, กุ้งมังกร, หอยนางรม, มะระ, หัวไชเท้า, พริกไทย, งา, เมล็ดฟักทอง, เมล็ดทานตะวัน, ข้าวโพด, มันสำปะหลัง, ถั่วแดง, ถั่วเขียว, กล้วย, มะพร้าว, มะม่วง, ส้ม, อะโวคาโด, ดอกคำฝอย เป็นต้น
  • เมนูอาหารของคนกรุ๊ปเอบี : ข้าวกล้องหุงดอกกะหล่ำ, บรอกโคลีผัดหมูน้ำแดง, ปลากะพงผัดขิง, ปลากะพงทอดราดซอสกระเทียม, ปลาย่างพาร์สลีย์ซอสซาวร์ครีม, สลัดแซลมอนสดกับมายองเนสวาซาบิ, สลัดครีมทูน่า, ยำเต้าหู้เย็นซอสเลมอนสไปซี่, ยำเนื้อย่างกับองุ่น, ลาบปลากระป๋อง, เต้าหู้ทอดผัดพริกสด, เต้าหู้ย่างซอสเทอริยากิ, ซุปเต้าหู้เห็ดหอม, ซุปดอกกะหล่ำ, ซุปครีมทูน่า, กะหล่ำปลีตุ๋นปลาเค็ม, สเต๊กหมูกระเทียมอบวอลนัต, วุ้นน้ำเต้าหู้แมงลัก, เชอร์รี่ปั่นกับโยเกิร์ต, กล้วยหอมนมถั่วเหลืองช็อกโกแลตสมูทตี้ เป็นต้น






แหล่งที่มา : https://medthai.com/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%8A%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94/

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ลดต้นขา กระชับสะโพก!! 6 ท่าออกกำลังกาย บอกลาขาใหญ่ บ๊ายบายสะโพกย้วย

ลดต้นขา กระชับสะโพก!! 6 ท่าออกกำลังกาย บอกลาขาใหญ่ บ๊ายบายสะโพกย้วย ต้นขาใหญ่จนเบียดกัน แล้วยังมีปัญหาสะโพกใหญ่ก้นย้วย มาเพิ่มให้กลุ้มใจ เพราะจะใส่กางเกงตัวไหนก็ไม่สวย ไม่เป๊ะเหมือนสาวๆ คนอื่น แถมเรื่องที่ตั้งใจจะ ลดน้ำหนัก ให้ได้ตั้งแต่ต้นปีเพราะมีแพลนจะใส่กางเกงตัวเก่ง ก็ยังทำไม่ได้สักที นี่ก็จะสิ้นปีอยู่แล้ว นอกจากน้ำหนักจะไม่ลด ยังมีปัญหาต้นขาและสะโพกมาให้กลุ้มใจเพิ่มเข้าไปอีก แบบนี้มีหวังได้อ้วนข้ามปีแน่ๆ ค่ะ แต่อย่าปล่อยให้ตัวเองมัวแต่กลุ้มใจจนไม่ทำอะไรเลยนะคะสาวๆ เพราะวันนี้ได้เวลาที่สาวๆ จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียใหม่..ได้เวลามา ออกกำลังกาย กับเรากันแล้วล่ะค่ะ! คราวนี้จัดมาให้สาวๆ ที่มีปัญหาช่วงล่าง กับ  6 ท่าออกกำลังกายลดต้นขา ลดสะโพก   แถม ลดก้น ให้อีกด้วยค่ะ จัดให้แบบครบเซ็ต ทำทีเดียวลดได้ถึง 3 ส่วนด้วยกัน ซึ่งทั้ง 6 ท่านี้ สาวๆ เริ่มทำได้เลยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ไม่ต้องรอฤกษ์ให้เสียเวลา ยิ่งลดก่อนก็ยิ่งผอมไวค่ะ คราวนี้เจ้ากางเกงตัวเก่งที่แอบซุกไว้ในตู้เสื้อผ้า ก็ได้เวลาเอาออกมาปัดฝุ่น ใส่ได้ทันสิ้นปีแน่นอนค่ะ ท่าที่1 ท่านี้ช่วยลดก้นย...

9 เมนูไม่อ้วน สำหรับลดน้ำหนัก จากวัตถุดิบในเซเว่น 7-11

9 เมนูไม่อ้วน สำหรับลดน้ำหนัก จากวัตถุดิบในเซเว่น 7-11 เมนูที่ 1 ต้มจืดเต้าหู้ไข่น้ำ ส่วนประกอบ 1. วุ้นเส้น 1 ห่อ 150 แคล 2. เต้าหู้ไข่ 1 หลอด 70 แคล 3. ไข่ 3 ฟอง (เต็มใบ 1 ไข่ขาว 2) 15 บาท 100 แคล 4. ผักสลัด เพิ่มแร่ธาตุและวิตามิน (ผักแบบนี้เอมไม่ค่อยนับแคลนะคะ) 5. เครื่องปรุง จะใช้ยี่ห้อไหนก็ได้ แต่ถ้าจะให้คลีนจริงต้องเลือกที่ไม่มีผงชูรส ยังไงก็ตามเอมว่า คนอร์ ที่หาซื้อได้ง่าย ก็ไม่ได้แย่นะคะ  วิธีทำ 1. นำวุ้นเส้นไปแช่น้ำ รอจนกระทั่งนุ่มแล้วตัดครึ่ง 2. นำไข่ขาว 2 ฟอง กับไข่เต็มใบ 1 ฟองมาเจียวโดยไม่ใส่น้ำมัน หรือจะใช้น้ำมันเสปรย์ก็ได้ จากนั้นหั่นให้เป็นเส้น 3. หั่นเต้าหู้ พร้อมจัดเตรียมผักจากกล่องสลัด 4. ต้มน้ำให้เดือดแล้วใส่เครื่องปรุง ตามด้วยวุ้นเส้น 5. รอจนกระทั่งวุ้นเส้นใส จึงเติมไข่และเต้าหู้ 6. วางผักรองบนถ้วยก่อนเทต้มจืดลงในถ้วย เนื่องจากถ้านำผักสลัดไปต้มจะทำให้น้ำสีไม่สวยนั่นเองค่า เมนูที่ 2 แซนวิซทูน่า ส่วนประกอบ 1.ขนมปังโฮลวีต 2 แผ่น 120-130 แคล 2.ทูน่าในน้ำแร่ 1 กระป๋องใหญ่ 47 บาท 150 แคล 3.เฟรชสลัด ใช้เฉพาะผัก 4.แซนวิซสเปรด 1 ช้อนโต๊ะ 40 แคล ...

ลักษณะ "เล็บ" บอกสุขภาพได้

ลักษณะ "เล็บ" บอกสุขภาพได้ ถ้าคุณอยากรู้ว่าตอนนี้ สุขภาพ ของคุณเป็นอย่างไร ลองก้มลงมอง  เล็บ  ของตัวเองดู รู้หรือไม่ว่า ความเปลี่ยนแปลงของสีหรือลักษณะของเล็บสามารถบอกได้ว่า ตอนนี้ร่างกายของคุณกำลังมีปัญหาหรือเปล่า และนี่คือความเปลี่ยนแปลงของเล็บที่คุณควรใส่ใจ เล็บขาว           ถ้าเล็บเป็นสีขาวเกือบทั้งหมด หรือประมาณสองในสามส่วนของเล็บ อาจหมายถึงปัญหาโรคตับ เช่น โรคตับอักเสบ และโรคตับแข็ง นอกจากนี้ยังหมายถึง โรคเบาหวาน และ โรคหัวใจ วายด้วย  แต่หากเล็บสีขาวแต่นิ้วมือเป็นสีเหลืองอาจหมายถึงโรคดีซ่าน ซึ่งเกิดจากการที่ตับมีปัญหา  ผู้ที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง มักมีเล็บเป็นสีขาวครึ่งเล็บ ส่วนถ้ามีสีขาวเป็นแถบขวางบนเล็บ และเมื่อใช้มือกดที่เล็บ สีขาวจะจางลง อาจหมายถึงภาวะขาดโปรตีนในร่างกาย (Hypoalbuminemia) เล็บสีซีด           เล็บสีซีดอาจเป็นสัญญาณของโรคบางอย่าง เช่น โรคโลหิตจาง ภาวะหัวใจล้มเหลว โรคตับ หรืออาจจะแค่ขาดสารอาหารบางอย่างก็ได้ เล็บเหลือง           ห...