ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

10 สูตรน้ำผักเพื่อสุขภาพ ดื่มแล้วชีวิตเปลี่ยนผิวสวยต้านโรค

10 สูตรน้ำผักเพื่อสุขภาพ ดื่มแล้วชีวิตเปลี่ยนผิวสวยต้านโรค

1. น้ำผักผลไม้สีส้ม




          ใครมีแครอทหยิบออกมาปอกเปลือกหั่นแท่งรอเลยค่ะ เราขอแนะนำเมนูน้ำผักผลไม้สีส้ม สูตรนี้นอกจากใส่แครอทแล้วยังเพิ่มคุณค่าจากผลไม้วิตามินซีเพียบอย่างเสาวรส สับปะรด และส้ม แก้วนี้ไม่ใส่น้ำตาล รสหวานธรรมชาติ สีส้มสวยชวนดื่ม


ส่วนผสม

        • แครอท 1 หัว

          • เสาวรส 1 ลูก 

          • เนื้อสับปะรด 1 ถ้วย

          • ส้มซันคิสต์ 1 ลูก


วิธีทำ

          1. ปอกเปลือกแครอทออกนำไปล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นแท่งยาว ๆ เตรียมไว้

          2. ผ่าครึ่งเสาวรสตักเอาเฉพาะเนื้อ เตรียมไว้

          3. ปอกเปลือกสับปะรดหั่นเอาเฉพาะเนื้อ เตรียมไว้

          4. ผ่าส้มซันคิสต์เป็น 4 ส่วน ลอกเอาเปลือกออก เอาเฉพาะเนื้อ เตรียมไว้

          5. ใส่ผักและผลไม้ทุกอย่างลงไปในเครื่องคั้นน้ำผลไม้แยกกาก เทใส่แก้วพร้อมดื่ม หรือนำไปแช่เย็นก่อนดื่ม

2. น้ำมะเขือเทศ



          สาว ๆ ที่อยากผิวพรรณสดใส ชุ่มชื่น และอมชมพู มาดื่มน้ำมะเขือเทศ สูตรจาก 
เฟซบุ๊ก HappyBodiesสูตรนี้นอกจากใส่มะเขือเทศแล้วยังเพิ่มรสชาติหวานอมเปรี้ยวจากสับปะรดและมะนาวอีกด้วย ดื่มไม่หมดเก็บใส่ขวดแช่เย็นเอาไว้ดื่มครั้งต่อไปได้จ้า

ส่วนผสม

          • มะเขือเทศท้อ 2 กิโลกรัม

          • สับปะรด 1 ลูก

          • มะนาว 1 ลูก

          • น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง


วิธีทำ

          1. ล้างมะเขือเทศให้สะอาด หั่นเป็นชิ้น ๆ เตรียมไว้

          2. นำมะเขือเทศใส่หม้อใช้ไฟกลาง หมั่นคนจนสุก ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที (ไม่ต้องเติมน้ำเปล่า หรือเกลือป่น)

          3. นำมะเขือเทศต้มสุกมากรองเอาแต่น้ำ (จะได้น้ำมะเขือเทศสีแดงสวย)

         
เคล็ดลับ : ใช้ทัพพีช่วยบี้จะทำให้ได้น้ำมะเขือเทศเยอะขึ้นนะคะ 
          4. ปอกเปลือกสับปะรด ล้างน้ำสะอาด หั่นเป็นชิ้น ๆ นำขึ้นตั้งไฟ พร้อมเติมน้ำเปล่า 2 ถ้วยตวงลงไปต้มจนสุก แล้วกรองเอาแต่น้ำ

          5. ใส่น้ำมะนาว 1 ลูกลงไปในนำน้ำสับปะรด จากนั้นผสมน้ำสับปะรดที่ได้กับน้ำมะเขือเทศคนให้เข้ากัน

          6. น้ำมะเขือเทศที่ได้นำไปบรรจุใส่ขวด เข้าตู้เย็นเก็บไว้ดื่มได้ 2 อาทิตย์ 

3. น้ำผักโขม



          ผักโขมที่เหลือจากทำอาหารเมื่อเช้าจับมาทำน้ำผักโขมอุดมด้วยวิตามินกันดีกว่า จับผักโขมไปปั่นจนละเอียด แยกกากออก ก่อนดื่มปรุงรสด้วยการใส่น้ำผึ้ง น้ำมะนาว และเกลือป่นหน่อย แก้วนี้ดื่มง่ายเพื่อสุขภาพ


ส่วนผสม

         ผักโขม 250 กรัม

          • น้ำต้มสุก 1 ถ้วย

          • น้ำเชื่อมหรือน้ำผึ้ง 

          • น้ำมะนาว 

          • เกลือป่นเล็กน้อย

          • น้ำแข็ง


วิธีทำ

        1. ล้างผักโขมให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงในเครื่องปั่น ตามด้วยน้ำต้มสุก ปั่นผสมให้ละเอียด ยกลงกรองด้วยผ้าขาวบ้าง เอาเฉพาะน้ำ

          2. เทน้ำผักโขมใส่ลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟแรงจนเดือด (อย่าต้มนาน) ยกลงจากเตาทันที พักทิ้งไว้จนเย็น 

          3. เวลาดื่ม เทน้ำผักโขมลงในแก้ว ตามด้วยน้ำเชื่อมหรือน้ำผึ้ง เกลือป่น และน้ำมะนาว คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ ใส่น้ำแข็ง พร้อมดื่ม
 

4. น้ำผักกาดขาว


          ผักกาดขาวที่จิ้มกับน้ำพริกอร่อย ๆ เอามาทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้ด้วย ใครที่ท้องอืดหรือท้องเฟ้ออยู่อย่ารอช้า ! มาทำเมนูน้ำผักกาดขาวกันเลย แค่จับผักกาดขาว แอปเปิลเขียว และน้ำสับปะรดไปปั่น แยกกากเอาแต่น้ำดื่มได้เลย หรือจะแช่เย็นก่อนดื่มก็ได้เช่นกัน 

ส่วนผสม

          ผักกาดขาว 250 กรัม

          • แอปเปิลเขียว 1/2 ลูก

          • น้ำสับปะรด 1 ถ้วยตวง


วิธีทำ

        1. ล้างผักกาดขาวให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เตรียมไว้

          2. ใส่ผักกาดขาว แอปเปิลเขียว และน้ำสับปะรดลงในเครื่องปั่น ปั่นส่วนผสมทุกอย่างจนเข้ากันดี เทใส่แก้ว นำเข้าแช่ตู้เย็นก่อนดื่ม หรือสามารถกรองเอากากออกแล้วเทใส่แก้วน้ำแข็งเพื่อความอร่อยที่มากกว่าก็ได้

5. น้ำตำลึง 


          แม่เจ้า ! ตำลึงที่เราเอามาทำต้มจืดสามารถเอามาทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้ด้วย มามะวันหยุดนี้ไปซื้อตำลึงมาปั่นกันดีกว่า ดื่มง่ายไม่เหม็นเขียว มีคุณค่าจากวิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม และฟอสฟอรัส เสิร์ฟเย็น ๆ โดนใจ

ส่วนผสม

         ใบตำลึง 20 กรัม (ประมาณ 20-30 ใบ)          • น้ำ 200 มิลลิลิตร          • น้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อม 30 มิลลิลิตร          • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ          • เกลือป่น           • น้ำแข็ง 

วิธีทำ

        1. ล้างใบตำลึงให้สะอาด จากนั้นใส่ใบตำลึงและน้ำต้มสุกลงในเครื่องปั่น ปั่นผสมจนละเอียด นำไปกรองคั้นเอาเฉพาะน้ำ

          2. นำน้ำตำลึงเทใส่หม้อนำไปต้มจนเดือด ยกลงจากเตา พักไว้จนเย็น

          3. เทน้ำตำลึงใส่แก้ว ตามด้วยน้ำผึ้ง น้ำมะนาว และเกลือป่นเล็กน้อย คนผสมให้เข้ากัน เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็ง


6. น้ำตะไคร้มะนาว 




          น้ำตะไคร้ที่คุ้นเคยดื่มแล้วไม่หายง่วง ถ้าอย่างนั้นลองใส่น้ำมะนาวเพิ่มลงไปสิคะ กลายเป็นเมนูน้ำตะไคร้มะนาว สูตรจาก 
นิตยสาร Mother & Care ดื่มแบบอุ่น ๆ รับรองถูกใจ

ส่วนผสม 

        ตะไคร้ 3-5 ต้น

          • น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง

          • น้ำตาลทราย

          • น้ำมะนาว


วิธีทำ

        1. ล้างตะไคร้ให้สะอาด หั่นเป็นท่อน จากนั้นบุบให้แตก

          2. ตั้งน้ำพร้อมใส่ตะไคร้ที่บุบแล้วลงไปต้มจนเดือด หรี่ไฟปานกลางต้มต่อไปสักพัก ปิดไฟ

          3. กรองน้ำตะไคร้ที่ต้มแล้วด้วยผ้าขาวบาง จากนั้นจึงค่อยเติมน้ำตาลลงไปคนให้ละลาย (กะปริมาณตามความชอบ)

          4. เพิ่มรสชาติด้วยน้ำมะนาวสักนิด เพียงบีบใส่แก้วที่ตักน้ำตะไคร้เตรียมไว้ คนให้เข้ากัน จะดื่มแบบร้อนหรือเย็นก็หอมสดชื่น ได้รสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน อร่อยเหมือนกัน



 7. น้ำฟักเขียว 


          ฟักเขียวทำเมนูต้มจืดกินกับข้าวสวยก็อร่อย ถ้าจะให้ดีแบ่งออกมาทำเมนูน้ำฟักเขียวควบคู่ไปด้วยดีกว่า 


ส่วนผสม

       ฟักเขียว (ฟักแฟง) 1 กิโลกรัม

          • น้ำตาลทรายแดง 145 กรัม (5 ออนซ์)

          • น้ำตาลกรวด 145 กรัม (5 ออนซ์)

          • น้ำดื่ม


วิธีทำ

          1. ล้างทำความสะอาดฟักเขียวทั้งเปลือกให้สะอาด จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ (ทั้งเปลือกและเม็ด) ใส่ลงในหม้อ เตรียมไว้

          2. ใส่น้ำตาลทรายแดงลงไป คนผสมให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 30 นาที (จนน้ำจากฟักเริ่มออกมา) นำส่วนผสมขึ้นตั้งไฟ เติมน้ำตาลกรวดลงไป 

          3. ใช้ไฟแรงต้มจนเดือด พอน้ำเดือดแล้วลดเป็นไฟอ่อน ต้มทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง

          4. พอครบเวลา กรองส่วนผสมเอาเฉพาะน้ำเชื่อม พักทิ้งไว้จนอุ่น 

          5. ถ้าต้องการดื่มแบบร้อนให้ใส่น้ำเชื่อมลงในแก้ว 1 ส่วน (1/4 แก้ว) ตามด้วยน้ำเปล่า 3 ส่วน คนผสมให้เข้ากัน ถ้าต้องการดื่มแบบร้อนให้ใส่น้ำเชื่อมเพิ่มแล้วใส่น้ำแข็งตามลงไป พร้อมดื่ม

8. Green Plus 


          เห็นภาพเครื่องดื่ม Green Plus สีเขียวแล้วอยากลองเลย เหมาะเป็นสูตรดีท็อกซ์ เพราะอุดมไปด้วยกากใย ใครสนใจขอแนะนำสูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน จับผักกาดคอส แตงกวา แอปเปิลเขียว และกีวีมาปั่นรวมกัน เพิ่มรสเปรี้ยวจากเลมอน เช้านี้รับสักแก้วกันเถอะ

ส่วนผสม

         • ผักกาดคอส หั่นเป็นชิ้น 100 กรัม

          • แตงกวา หั่นเป็นชิ้น ๆ 50 กรัม

          • เลมอน คั้นน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ

          • แอปเปิลเขียวปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้น ๆ 30 กรัม

          • กีวีปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้น ๆ 30 กรัม


วิธีทำ

          • นำส่วนผสมทุกอย่างปั่นรวมกันจนจะเอียด รินใส่แก้วเล็ก ๆ ดื่มทันทีเป็นมื้อเช้า ช่วยล้างพิษในร่างกาย


          
หมายเหตุ : ถ้าต้องการเพิ่มรสหวานสามารถเติมน้ำผึ้งได้นิดหน่อย หรือน้ำเชื่อมกลิ่นหอม อาทิ น้ำเชื่อมเมเปิล น้ำเชื่อมอัลมอนด์ 

9. น้ำเซเลอรี่แครอท 



          วันหยุดนี้ลองทำเมนูน้ำเซเลอรี่แครอทสำหรับคนพิเศษกันเลย สูตรนี้นอกจากใส่เซเลอรี่แล้วยังใส่แตงกวา แครอท แอปเปิล และน้ำสับปะรดด้วย ลองทำกันดูนะคะ 


ส่วนผสม

        เซเลอรี่ (หั่นเป็นชิ้นเล็ก) 800 กรัม

          • แตงกวาเล็ก (หั่นเป็นชิ้นเล็ก) 300 กรัม

          • แครอท (ปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นเล็ก) 800 กรัม

          • แอปเปิล 1 ลูก

          • น้ำสับปะรด 240 มิลลิลิตร


วิธีทำ

       1. ใส่เซเลอรี่ แตงกวา แครอท และแอปเปิลลงในเครื่องปั่น ปั่นจนละเอียด กรองด้วยผ้าขาวบางคั้นเอาเฉพาะน้้ำ เตรียมไว้

          2. เทน้ำเซเลอรี่ที่คั้นไว้ลงในแก้ว ตามด้วยน้ำสับปะรด คนผสมให้เข้ากัน ใส่น้ำแข็ง พร้อมดื่ม


10. น้ำบีทรูทขิงแอปเปิล 



          บีทรูทที่เหลือจากการทำสลัดเมื่อกลางวันจับมาทำเมนูน้ำบีทรูทขิงแอปเปิลเพื่อสุขภาพกัน นอกจากใส่บีทรูทแล้วยังใส่ขิงและแอปเปิลอีกด้วย สีสวยชวนดื่มจริงๆ 


ส่วนผสม

        หัวบีทรูทสดปอกเปลือก 1 หัว

          • ขิงแก่หั่นเป็นแว่น 5 แว่น

          • แอปเปิล 1 ลูก

          • ใบสะระแหน่ 10 ใบ


วิธีทำ

          • ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในเครื่องคั้นน้ำผลไม้แบบแยกกาก เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม


แหล่งที่มา : https://cooking.kapook.com/view151776.html






ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ลดต้นขา กระชับสะโพก!! 6 ท่าออกกำลังกาย บอกลาขาใหญ่ บ๊ายบายสะโพกย้วย

ลดต้นขา กระชับสะโพก!! 6 ท่าออกกำลังกาย บอกลาขาใหญ่ บ๊ายบายสะโพกย้วย ต้นขาใหญ่จนเบียดกัน แล้วยังมีปัญหาสะโพกใหญ่ก้นย้วย มาเพิ่มให้กลุ้มใจ เพราะจะใส่กางเกงตัวไหนก็ไม่สวย ไม่เป๊ะเหมือนสาวๆ คนอื่น แถมเรื่องที่ตั้งใจจะ ลดน้ำหนัก ให้ได้ตั้งแต่ต้นปีเพราะมีแพลนจะใส่กางเกงตัวเก่ง ก็ยังทำไม่ได้สักที นี่ก็จะสิ้นปีอยู่แล้ว นอกจากน้ำหนักจะไม่ลด ยังมีปัญหาต้นขาและสะโพกมาให้กลุ้มใจเพิ่มเข้าไปอีก แบบนี้มีหวังได้อ้วนข้ามปีแน่ๆ ค่ะ แต่อย่าปล่อยให้ตัวเองมัวแต่กลุ้มใจจนไม่ทำอะไรเลยนะคะสาวๆ เพราะวันนี้ได้เวลาที่สาวๆ จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียใหม่..ได้เวลามา ออกกำลังกาย กับเรากันแล้วล่ะค่ะ! คราวนี้จัดมาให้สาวๆ ที่มีปัญหาช่วงล่าง กับ  6 ท่าออกกำลังกายลดต้นขา ลดสะโพก   แถม ลดก้น ให้อีกด้วยค่ะ จัดให้แบบครบเซ็ต ทำทีเดียวลดได้ถึง 3 ส่วนด้วยกัน ซึ่งทั้ง 6 ท่านี้ สาวๆ เริ่มทำได้เลยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ไม่ต้องรอฤกษ์ให้เสียเวลา ยิ่งลดก่อนก็ยิ่งผอมไวค่ะ คราวนี้เจ้ากางเกงตัวเก่งที่แอบซุกไว้ในตู้เสื้อผ้า ก็ได้เวลาเอาออกมาปัดฝุ่น ใส่ได้ทันสิ้นปีแน่นอนค่ะ ท่าที่1 ท่านี้ช่วยลดก้นย...

9 เมนูไม่อ้วน สำหรับลดน้ำหนัก จากวัตถุดิบในเซเว่น 7-11

9 เมนูไม่อ้วน สำหรับลดน้ำหนัก จากวัตถุดิบในเซเว่น 7-11 เมนูที่ 1 ต้มจืดเต้าหู้ไข่น้ำ ส่วนประกอบ 1. วุ้นเส้น 1 ห่อ 150 แคล 2. เต้าหู้ไข่ 1 หลอด 70 แคล 3. ไข่ 3 ฟอง (เต็มใบ 1 ไข่ขาว 2) 15 บาท 100 แคล 4. ผักสลัด เพิ่มแร่ธาตุและวิตามิน (ผักแบบนี้เอมไม่ค่อยนับแคลนะคะ) 5. เครื่องปรุง จะใช้ยี่ห้อไหนก็ได้ แต่ถ้าจะให้คลีนจริงต้องเลือกที่ไม่มีผงชูรส ยังไงก็ตามเอมว่า คนอร์ ที่หาซื้อได้ง่าย ก็ไม่ได้แย่นะคะ  วิธีทำ 1. นำวุ้นเส้นไปแช่น้ำ รอจนกระทั่งนุ่มแล้วตัดครึ่ง 2. นำไข่ขาว 2 ฟอง กับไข่เต็มใบ 1 ฟองมาเจียวโดยไม่ใส่น้ำมัน หรือจะใช้น้ำมันเสปรย์ก็ได้ จากนั้นหั่นให้เป็นเส้น 3. หั่นเต้าหู้ พร้อมจัดเตรียมผักจากกล่องสลัด 4. ต้มน้ำให้เดือดแล้วใส่เครื่องปรุง ตามด้วยวุ้นเส้น 5. รอจนกระทั่งวุ้นเส้นใส จึงเติมไข่และเต้าหู้ 6. วางผักรองบนถ้วยก่อนเทต้มจืดลงในถ้วย เนื่องจากถ้านำผักสลัดไปต้มจะทำให้น้ำสีไม่สวยนั่นเองค่า เมนูที่ 2 แซนวิซทูน่า ส่วนประกอบ 1.ขนมปังโฮลวีต 2 แผ่น 120-130 แคล 2.ทูน่าในน้ำแร่ 1 กระป๋องใหญ่ 47 บาท 150 แคล 3.เฟรชสลัด ใช้เฉพาะผัก 4.แซนวิซสเปรด 1 ช้อนโต๊ะ 40 แคล ...

ลักษณะ "เล็บ" บอกสุขภาพได้

ลักษณะ "เล็บ" บอกสุขภาพได้ ถ้าคุณอยากรู้ว่าตอนนี้ สุขภาพ ของคุณเป็นอย่างไร ลองก้มลงมอง  เล็บ  ของตัวเองดู รู้หรือไม่ว่า ความเปลี่ยนแปลงของสีหรือลักษณะของเล็บสามารถบอกได้ว่า ตอนนี้ร่างกายของคุณกำลังมีปัญหาหรือเปล่า และนี่คือความเปลี่ยนแปลงของเล็บที่คุณควรใส่ใจ เล็บขาว           ถ้าเล็บเป็นสีขาวเกือบทั้งหมด หรือประมาณสองในสามส่วนของเล็บ อาจหมายถึงปัญหาโรคตับ เช่น โรคตับอักเสบ และโรคตับแข็ง นอกจากนี้ยังหมายถึง โรคเบาหวาน และ โรคหัวใจ วายด้วย  แต่หากเล็บสีขาวแต่นิ้วมือเป็นสีเหลืองอาจหมายถึงโรคดีซ่าน ซึ่งเกิดจากการที่ตับมีปัญหา  ผู้ที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง มักมีเล็บเป็นสีขาวครึ่งเล็บ ส่วนถ้ามีสีขาวเป็นแถบขวางบนเล็บ และเมื่อใช้มือกดที่เล็บ สีขาวจะจางลง อาจหมายถึงภาวะขาดโปรตีนในร่างกาย (Hypoalbuminemia) เล็บสีซีด           เล็บสีซีดอาจเป็นสัญญาณของโรคบางอย่าง เช่น โรคโลหิตจาง ภาวะหัวใจล้มเหลว โรคตับ หรืออาจจะแค่ขาดสารอาหารบางอย่างก็ได้ เล็บเหลือง           ห...